Profiel van V Vince~ ~ ~ ~ @@ V Vince @@ ~ ...Foto'sWeblogLijsten Extra Help

Weblog


    11 maart

    หนูจาไปหัดขับรถ...(5-6) ตอน หนูจะไปสอบแล้วนะคะ


    ตอนแรกว่าจะ post ตอน 5 กับ 6 แยกกันซะหน่อย...แต่คิดไปคิดมา ไม่ค่อยมีอะไรเล่า กลัว blog สั้นเกิน ขอ post รวมเลยละกันนะคับ
     
    ความเดิมจากตอนที่แล้ว ตอนที่แล้วแล้ว และตอนที่แล้วแล้วแล้ว และตอนที่แล้วแล้วแล้วแล้ว....
    (พอทีเท้อ....มุขนี้ เบื่อละ)
     
    นี่ก็จะเป็นตอนก่อนสุดท้ายของ series "หนูจาไปหัดขับรถ..." แล้วนะ เพราะเรียนจบหลักสูตร (12 ชม.) แล้ว
    ตอนหน้าจะเป็นตอนจบ ที่ไปสอบขับรถนะคับ (หวังว่าจะเป็นตอนจบ...เพราะถ้าไม่จบ แปลว่าสอบไม่ผ่าน )
     
    การเรียนใน 2 ครั้งหลังนี่ เนื่องจากเรียนท่าต่างๆไปหมดแล้ว และก็กำลังจะไปสอบ (นัดสอบวันศุกร์ที่ 16/3/2007)
    การเรียนก็เลยเน้นเรื่องที่จะเอาไปสอบเยอะๆหน่อย (ชม. เศษๆ) แล้วออกถนนอีกประมาณ 40 นาทีที่เหลือ
    ทวนท่าที่สอบ ว่าต้องสอบอะไรบ้างต้องหยุดตรงไหน ยังไง
    จริงๆเค้าก็ถามนะ ว่าเอาแบบรอบเดียวผ่าน (ใต้โต๊ะ) มั้ย
    แต่มันตั้งพันครึ่งแน่ะ...เสียดายตังค์ เลยไม่เอา
     
    ที่กลัวๆเลยก็เรื่องถอยจอดกะเทียบข้างเนี่ยแหละ ไม่ถนัดเลย กะระยะไม่เป็น
    เรื่องถอยตรง สะพาน น่ะไม่กลัวเท่าไหร่
     
    ไม่มีอะไรจะเล่ามากมายแฮะ ก็เหมือนเดิมล่ะออกถนนก็เปลี่ยนเส้นทางบ้าง แต่ไปทางที่มีรถปานกลาง ไม่ไปที่โล่งๆละ จะได้ชิน
    ยังไงก็ขอกำลังใจจากทุกๆคนด้วยนะค้าบ
    ขอให้หนูสอบผ่านๆๆๆๆๆ ขี้เกียจไปสอบรอบสองอ่ะ ต้องลางานไปทั้งวันเลย กลับมาต้อง clear งานอีก
     
    ขอให้หนูสอบรอบเดียวผ่านนะค้าบ เพี้ยงๆๆๆๆ

    หนูจาไปหัดขับรถ...(4) ตอน มองซ้ายมองขวาให้มันเยอะๆหน่อย -_-"

     
    เอิ๊กๆๆๆ หลังจากที่อู้ยาว 3 อาทิตย์รวด....ก็ได้เวลาแปะ blog ซักทีละ
    สาเหตุที่ขี้เกียจ เพราะหยุดเรียนไป 1 อาทิตย์ ตอนตรุษจีน ไม่ค่อยสบาย ปวดหัวก็เลยขอหยุด
    พออาทิตย์ต่อมาไปเรียนแล้วกลับมาบ้านก็พาป๊ะป๋าไปดูหนังอีก เลยไม่ได้เปิดคอมอ่ะ...
    เหมารวบยอด 3 ตอนเลยละกันเนอะวันนี้
     
    ความเดิมจากตอนที่แล้ว ตอนที่แล้วแล้ว และตอนที่แล้วแล้วแล้ว
    ....อ่านเองนะ ไม่เล่าหรอก (พิมพ์ให้ blog มันดูยาวๆไปงั้นเอง )
     
    หลังจากการเรียนรอบที่ 3 ผ่านไป ได้ออกถนนไปวิ่งตามที่ที่ไม่ค่อยมีคน รถน้อยๆ ไฟแดงน้อยๆกันมาแล้ว
    จะหัดอย่างนั้นต่อไป...ถึงเราได้ใบขับขี่มาก็คงขับรถอย่างจริงๆจังๆไม่ได้อยู่ดีใช่ม้า...
    กรุงเทพฯรถเยอะจะตาย เป็นความจริงที่เาทุกคนก็รู้กันดี
     
    เพราะฉะนั้น...บทเรียนในวันนี้ก็คือ...แต่น แตน แต๊น~
    "ไปขับในที่ชุมชน(กว่านี้)กันเถอะ!!!!"
    หมายเหตุ: ไม่ต้องกลัวว่าเราจะทำอันตรายด้วยการขับไปชนใคร หรืออะไรเข้า เพราะฝั่งคนสอนเค้ามีเบรกอยู่ จำไว้ๆ
     
    หลังจากผ่านการ warm up และทบทวนบทเรียน พวกการจอด การถอย โดยการวนๆๆในซอยแล้ว
    11 โมงก็เริ่มออกถนนกัน
    วิ่งมันตั้งแต่ตัดใหม่ (นราธิวาสฯ) เลยแยกที่ตัดกับสีลมไป ไปกลับรถมาเลี้ยวซ้ายเข้าสีลม
    วิ่งผ่านสีลม ไปเข้าราชดำริ แล้วเลี้ยวซ้ายไปผ่านหน้าสยาม (รถเยอะมาก คนขับรถแย่ๆก็เยอะ )
    ผ่านหน้าสยามแล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าพญาไท ผ่านหน้าจุฬา
    จากพญาไท มาเลี้ยวเข้าพระราม 4 วิ่งมาเลี้ยวขวาเข้าสีลมอีกรอบ
    แล้วก็กลับมาเข้าตัดใหม่ (นราธิวาสฯ) อีกครั้ง
    จากนั้นก็วิ่งมาถึงแยกตรงสาทร (ที่มีอาคารสาธรธานี) แล้วเลี้ยวเข้าสาทร
    มาจอดลงที่ปั๊มข้างบ้าน แล้วเดินกลับบ้าน (ประหยัดค่ารถขากลับ...อิอิ)
     
    บทเรียนวันนี้สอนให้รู้ว่า...
    จะขับรถจริงๆต้องตาไวกว่านี้หน่อยนะ
    พอไปเจอที่รถเยอะๆรู้เลยว่าปฏิกริยาตัวเองช้ามากๆ ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร
    หรือบางทีก็ทำไปแบบตามสัญชาตญาณ (ไม่ค่อยเอาสมองมาคิด )
    เลยเจอน่าหวาดเสียวไปหลายจุดเหมือนกัน
    อย่างเวลาขับๆอยู่แล้วมีใครมาปาดเข้าข้างหน้าเงี้ย...จะเผลอเบรกหัวทิ่มหรือไม่ก็หักหลบเค้า (ไม่ดูเลยว่ามีรถข้างๆมั้ย )
    ม่ายหวายๆ
     
    แต่ไม่เป็นไร...สักวันหนูจะต้องขับรถให้ได้ สู้ตายค่ะ
    11 februari

    หนูจาไปหัดขับรถ... (3) ตอน หนูกลับรถไม่เป็นอ้ะ >_<

     
    ....
    ขี้เกียจเล่าละ (พิมพ์สัมผัสไม่เป็นอ่ะ) ใครยังไม่อ่านก็ไปอ่านเองละกันเนอะ
     
    เอาเป็นว่าวันนี้ก็ไปเรียนขับรถเป็นรอบที่ 3 (ชม.ที่ 5-6)
    ขับวนๆๆๆในซอยอยู่ประมาณ 1 ชม. เพื่อเป็นการทบทวน บทเรียน + warm up (ตัวเราเอง ไม่ใช่รถ ) แล้วก็เรียนการจอดเพิ่มเติมอีกนิดนึง
    จากนั้นก็ได้เวลาออกถนน (อีกแล้วครับท่าน)
     
    ก็ไปวิ่งวนๆอยู่แถวนราธิวาส + พระราม 3
    เรียนวันอาทิตย์สายๆก็ดีไปอย่าง รถน้อยดีจัง
    ขืนไปที่รถเยอะๆ มีหวังไปสอยใครเค้าแน่ๆเลย
    หรือถ้าไม่ได้ไปสอยเค้าก็ต้องเฟอะฟะจนเค้ามาสอยนี่แหละ
    แล้ววันนี้ก็ทำรถดับกลางแยกอีกแล้วง่ะ >_< แยกเดียว 2 รอบเลย (ดับแล้ว start รอบนึง แล้วก็ดับอีก )
     
    ผลปรากฏว่า วันนี้ก็ไม่ได้ชนใคร แล้วก็ไม่มีใครมาชน แต่ก็ยังเงอะๆงะๆอยู่ดี
    แต่อย่างน้อยพวงมาลัยก็ส่ายน้อยลง รถก็ไม่เลื้อยเป็นงูอย่างครั้งที่แล้วแล้วนะ
     
    แล้วก็อย่างชื่อตอนน่ะแหละ ...หนูกลับรถไม่เป็นอ้ะ ก็รู้อ่านะ ว่าต้องเบรก - เปลี่ยนเกียร์ - หมุนพวงมาลัย
    แต่มันทำไปพร้อมๆกันแล้วงงนี่ สมองสั่งการไม่ทันอ่ะ แงๆ
     
    แล้วเมื่อไหร่หนูจะขับรถได้(ดี)ซะทีล่ะเนี่ย หนูวีจ๋าาาาาา
    04 februari

    หนูจาไปหัดขับรถ...(2) ตอน ได้ออกถนนแล้วจ้า

     
    ความเดิมตอนที่แล้ว...
    จากที่ประสบเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวจากการขึ้น taxi จนตัดสินใจว่าต้องรีบไปเรียนขับรถอย่างด่วน
    ก็ได้ไปเรียนขับรถครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่แล้ว (28/1/2007) ผลคือ...เงอะๆงะๆ แถมทำรถดับไป 2 ที (ระหว่างการเรียน 2 ชม.)

     
    ก็มาดูกันบ้างดีกว่า ว่าครั้งที่ 2 (ชม.ที่ 3-4) เป็นยังไงกันบ้าง

    วันนี้ไปเรียน...ก็เริ่มจากทบทวนบทเรียนกันก่อน วนไปวนมาในซอยเหมือนเดิม ขับไม่เกินเกียร์ 2
    เพิ่มอีกนิดนึงก็คือหัดถอยหลังเข้าจอดริมฟุตบาท เริ่มเรียนตั้งแต่ 10 โมง พอประมาณ 11.20 ครูก็บอกว่า "พอใช้ได้ละ ไปออกถนนกันดีกว่า"
    เหวอ....o_O เอาจริงเลยหรอคะ คิดในใจว่า "ตูจะรอดกลับบ้านมั้ยเนี่ย!?!"
    ครูเห็นอาการตกใจ (เราอึ้งไปพักนึง + ลูกตาเราคงเบิกกว้างขึ้นประมาณ 40%...ก็ไม่เยอะหรอก ตาเรามันเล็กอยู่แล้วนี่ >_<)
    ก็เลยบอกว่า "ไม่เป็นไร เดี๋ยวช่วย อย่างมากก็รถดับ"
    แต่ว่า...แง....ถ้ามันดับแล้วหนูจะทำอะไรไม่ถูกอ่ะดิ๊
     
    ครูก็...อธิบายแล้วมีข้อตกลงกันนิดนึงว่าจะให้สัญญาณเปลี่ยนเกียร์ เปลี่ยนเลน หยุดรถ เร่งกันยังไง อธิบายกันจบ...ก่อนออกรถก็หันไปถาม
    "เอ่อ...เคยมีคนมาเรียนแล้วโดนชนหรือไปชนเค้ามั้ยคะ?"
    "ไปชนเค้าไม่ค่อยมีหรอก เพราะครูช่วยเบรก (รถของโรงเรียน ที่ฝั่งครูจะมีเบรกอยู่ด้วย) แต่ที่โดนเค้าชนท้ายก็มีบ้าง....แต่ไม่บ่อยหรอกนะ"
    "เหอะๆ...เหรอคะ" (คิดในใจ...แล้วหนูจะเป็นไงล่ะเนี่ย )
     
    ครูก็ให้ไปวิ่งแถวตัดใหม่ (นราธิวาสราชนครินทร์) ตอนจะออกจากซอยเข้าถนนใหญ่
    ยังไม่ทันจะพ้นซอยเลย...รถดับซะแล้น ไม่เป็นไร....ใจสู้ start ใหม่ ออกไปเล้ยยยย
     
    ผลก็คือวันนี้ขับไม่ชนใคร ไม่โดนใครชน แต่ลนตอนออกตัวจากไฟแดงนิดนึง
    รถดับกลางแยกไป 2 รอบ มีรอบนึงออกตัวช้าโดนกระพริบไฟ + บีบแตรด่าลั่นถนน (หนูขอโต้ดดด )
    เปลี่ยนเลนทีนึง ครูต้องช่วยล็อคพวงมาลัยไว้...ไม่งั้นส่ายเป็นงูเลื้อยเลย
     
    วันอาทิตย์ใครขับผ่านแถวนั้น เจอรถ Toyota Corolla สีเทาฟ้า ทะเบียน 7ศ 1102 ก็ระวังๆไว้หน่อยนะค้าบบบ
    อย่ามาจ่อท้ายหนู เวลาอยู่ตรงไฟแดง เพราะไม่รู้ว่าตอนออกตัวจะดับมั้ย แล้วก็อย่าบีบแตรด่าหนูนะคะ หนูตกใจทำอะไรไม่ถูกน้า ~>_<~
    28 januari

    หนูจาไปหัดขับรถ...

    จากเหตุการณ์ที่ได้ประสบมา และเล่าไปใน blog ที่แล้ว "เตือนภัย taxi (ท่าทาง) อันตราย" (ใครยังไม่ได้อ่านกรุณาไปอ่านซะก่อนนะจ๊ะ)

    ก็เลยคิดว่า...ถึงเวลาที่เราจะต้องหัดขับรถอย่างจริงๆจังๆซักทีสินะ
    วันไหนที่ต้องกลับบ้านค่ำๆ จะได้ขับรถกลับเอง ลดโอกาสเสี่ยงที่จะเจอเหตุการณ์ระทึกขวัญระหว่างการเดินทางด้วยรถใต้ดิน หรือ taxi

    วันเสาร์ที่แล้วก็เลยไปสมัครเรียนมาละ ตรงใกล้ๆบ้านนี่ล่ะ
    จริงๆอยากเรียนเกียร์ออโต้ แต่ที่บ้านอยากให้เรียนเกียร์กระปุกอ่ะ (มันยากง่ะ กลัวขับไม่เป็น )
    แต่จริงๆถ้าขับกระปุกได้ auto ก็สบายๆแหละเนอะ เอาน่ะ...เรียน 12 ชม.ต้องขับให้ได้ สู้ๆ >_<
    จะไปเรียนพรุ่งนี้ (28/1/2007) วันแรกล่ะ ไว้จะมาเขียนต่อละกัน ว่าดูมีแววจะออกถนนได้เมื่อไหร่

    Updated on 28/1/2007...

    ไปเรียนครั้งแรกกลับมาแล้วค้าบบบบ
    เรียนไป 2 ชม....ทำรถดับไป 2 รอบ หวิดๆจะดับอีกก็หลายรอบเหมือนกัน
    พอเจอรถสวนแล้วงงทำไรไม่ถูกทุกทีเลย
    แถมต้องให้ครูช่วยดึงพวงมาลัยตลอด เพราะจะแถหาข้างทางอยู่เรื่อย >_<
    ช่วงนี้บ้านใครอยู่แถวสวนพลู จอดรถไว้หน้าบ้านก็ระวังๆไว้หน่อยนะค้า

    ประเทศไทยกำลังจะมีคนขับรถเอ๋อๆเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คนแล้วจ้า.....

    14 januari

    เตือนภัย taxi (ท่าทาง) อันตราย

    เป็นเหตุการณ์ไม่น่าไว้ใจที่เจอกับตัวเอง...เลยมาเตือนๆกันไว้ (ลงไว้ใน Blog ที่ Multiply ละ แต่เอามาแปะอีกอันที่นี่ จะได้กระจายให้อ่านทั่วๆกัน)

    เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีเหตุให้ต้องกลับบ้านค่อนข้างดึก ออกจากที่ทำงานมาเรียก taxi ที่หน้าตึก ตอนประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง
    แบกกล่องกระดาษใบโตกลับบ้านเป็นของขวัญปีใหม่ที่ลูกค้าเอามาให้ ก็เลยมือไม่ว่างโบกรถ พี่ยามก็ใจดีเรียก taxi ให้ (ตอนยืนรอรถหน้า office จะอุ่นใจอยู่แล้ว เพราะมียามยืนอยู่ตลอด แถมช่วงนี้อุ่นใจเป็นพิเศษเพราะมีพี่ๆทหารอยู่ด้วยอีก 2 นาย :D)

    พอยามเอากระบองแว๊บๆโบกป๊าบบบบบ ก็มี taxi พุ่งปรู๊ดดดดดมาจอดคันนึง เป็น taxi สีฟ้า-แดง รถ Nissan NV สภาพเก่าๆ ทะเบียนไม่ได้สังเกต (ปกติจะดูทะเบียนตอนขึ้นรถไปแล้ว โดยดูจากด้านในประตูซึ่งจะต้องมีติดไว้ หรือดูจากป้ายชื่อคนขับด้านซ้ายมือของหน้ารถ หลังไฟ"ว่าง") ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดไร เอาน่าก็ taxi เหมือนกัน ถึงสภาพจะไม่ดีเท่าไหร่ก็เหอะ

    หลังจากบอกที่หมาย ขึ้นรถปิดประตู รถเคลื่อนไปพ้นตึกได้หน่อยเดียวก็จอด คนขับหันมาบอกว่า "มิเตอร์เสีย ลงไปขึ้นคันหลังละกัน"
    ไอ้เราก็ลองเหลือบมองมิเตอร์ที่คนขับชี้ให้ดู....โหสภาพงี้ไม่เรียกเสียหรอกมั้งพี่ เหมือนใช้ไม่ได้มานานแล้วมากกว่า ร่องแร่งเชียว ไฟก็หรี่ๆ (ไม่ได้พูดไปนะ แค่คิด)

    ที่ทำงานเราอยู่ที่ตลาดหลักทรัพย์ ตรงข้างๆศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ตอนนั้นรถไปจอดอยู่ตรงเลยทางขึ้นลงรถใต้ดินหน้าศูนย์ประชุมมาหน่อยนึง ค่อนข้างเปลี่ยวและพ้นจากสายตาของยามหน้าตึกเรามาแล้วด้วย... พอเหลือบดูนอกรถก็เห็นผู้ชายยืนอยู่คนนึง เยื้องๆกับตรงที่ taxi จอด รออะไรอยู่ก็ไม่รู้ เราเคยได้ยินว่ามีพี่ตลท.เคยเรียก taxi กลับ แล้วออกรถมาได้หน่อยเดียว taxi ก็ชิดซ้ายจอดบอกว่า gas หมด พอลงจากรถก็มีมอเตอร์ไซค์ขี่สวนทางมากระชากกระเป๋าไป แล้ว taxi ก็ขับหนีไปเลย ทำงานกันเป็นทีมได้ดีจริงๆ -_-"

    ก็เลยนึกกลัวว่าถ้านี่เป็นมิจฉาชีพ ลงจากรถไปเราจะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้... อาจจะถูกทำร้าย โปะยา ชิงทรัพย์ หรืออะไรที่น่ากลัวกว่านั้น
    ก็เลยตัดสินใจ..."ไม่ลงแน่ๆ" ถ้าลงไปเราอาจจะต้องสู้กับผู้ชายตัวโตๆ 2 คน (คนขับ 1 ไอ้ที่ยืนรอตรงฟุตบาทอีก 1) แถมจังหวะก้าวลงจากรถเราก็จะไม่อยู่ในท่าที่พร้อมป้องกันตัวได้ แต่อยู่ในรถเรามีศัตรูแค่ 1 แล้วเราก็มีอุปกรณ์พอป้องกันตัวได้อยู่ (เป็น spray ป้องกันตัวแบบ
    http://www.thaibodyguard.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=313911&Ntype=6 - ไม่ได้ค่าโฆษณานะจ๊ะ ^^")
    ตอนนั้นเอามือล้วงไปในกระเป๋า กำ spray ไว้ในท่าพร้อมฉีดแล้ว...

    คิดแล้วก็บอกคนขับไปว่า "ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปถึงแล้วให้เท่าที่เคยนั่งไปละกัน"
    "มิเตอร์เสียน่ะ ลงไปขึ้นคันหลังเถอะ" คนขับยังยืนยันเหมือนเดิมคือจะให้ลงจากรถ
    (รู้แล้วว้อยว่าเสีย ก็บอกว่าจะให้เท่าที่เคยไปไง-วะ)
    "ออกรถเหอะค่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวให้เท่าที่เคยนั่งไป"
    "..."คนขับหยุดคิดไปนิดนึง ก่อนบอกว่า "งั้นผมขอค่ารถ 100 นึงนะ"

    ไอ้เราก็คิดในใจ...'ไอ้บ้า บ้านชั้นอยู่แค่นี้ นั่งไปปกติไม่เกิน 60 ยิ่งดึกๆรถโล่งๆ 50 กว่าๆก็ถึงแล้ว'
    ด้วยความงกก็บอกว่า "ก็จะให้เท่าที่เคยนั่งละกัน พี่ออกรถไปก่อนเลย"
    คนขับก็ยังอิดออดไม่อยากออกรถ "งั้นขอค่ารถ 100 นึงนะ" ยืนยันเหมือนจะให้เราลงจากรถให้ได้

    เราก็ทำท่าโมโหเลย บอกว่า"100 นึงก็ได้ พี่ออกรถเลยเดี๋ยวนี้เลย หนูรีบ"
    "100 นึงนะ" ย้ำอีกแน่ะ... "เออ!!! 100 ก็ 100 พี่ออกรถเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!"
    คนขับก็ออกรถไป เราก็หยิบโทรศัพท์มาจะโทรศัพท์หาคนที่บ้าน หรือไม่ก็เพื่อนๆ จะบอกทะเบียนรถ + ชื่อคนขับ
    ปรากฏว่า...ตรงข้างประตูรถไม่มีแผ่นป้ายบอกหมายเลขทะเบียน หน้ารถก็ไม่มีป้ายชื่อคนขับ
    ก็นั่งทำใจดีสู้เสือ ชวนคนขับคุยมาตลอดทาง แสดงอาการว่าเราไม่กลัว (แต่มือล้วงอยู่ในกระเป๋าถือ กำ spray ไว้ตลอดเวลา)
    คนขับบอกว่าไม่เคยเข้ามาไม่รู้ทาง...ปกติขับอยู่พัทยา
    พัทยา...สภาพรถอย่างนี้ใครจะเรียกวะ -_-" มิเตอร์สภาพนี้ไม่ต้องออกมาขับแล้ว
    แกล้งบอกทางเป็นชื่อถนน (ไม่บอกซ้าย-ขวา) ป้ายก็ไม่มี เสือกขับถูกอีกแน่ะ ตกลงว่าที่จริงมะรึงรู้ทางใช่มะเนี่ย?

    สุดท้ายก็กลับถึงบ้านได้ หน้าบ้านมียามอยู่ไม่กลัวละ ยอมเสียตังค์ไป 100 แต่ก็ดีที่ไม่เป็นอะไร...
    ฝาก web เอาไว้ละกัน ไป search เจอเข้า ข้อควรปฏิบัติเวลานั่ง Taxi คนเดียว
    http://www.thaibodyguard.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=332985

    อย่าประมาทนะ...สังคมเดี๋ยวนี้มีอะไรไม่น่าไว้ใจ แล้วก็อันตรายอยู่เยอะ

    แถมนิดนึง...สรุปรูปพรรณสัณฐานเท่าที่จำได้
    รถ - taxi สีฟ้า-แดง Nissan NV สภาพเก่า
    คนขับ - ผู้ชายตัวค่อนข้างใหญ่ ท้วม (ส่วนสูงกะไม่ถูก เพราะนั่งอยู่) อายุประมาณ 25 ขึ้นไปไม่น่าเกิน 30 ต้นๆ ผิวคล้ำ ผมหยิกหยักศกยาวประมาณบ่า เวลาพูดจาท่าทางมึนๆ พูดไม่ค่อยชัด งึมงำๆ (หน้าตาจำไม่ได้ ไม่เห็นหน้าตรง และเค้าไม่ยอมหันมาให้เราสังเกตตรงๆด้วย)

    เซ็งง่ะ...เมื่อก่อนกลับค่ำ เดินทางด้วยรถใต้ดิน ตอนกลับบ้านก็เจอคนท่าทางน่ากลัวเดินตาม จนต้องหลบเข้าร้านอาหารแล้วโทร.เรียกพี่ชายไปรับ (เพราะไอ้บ้านั่นดันนั่งรอหน้าร้านเลย ผนังร้านด้านหน้าเป็นกระจก เห็นว่ามันนั่งรอ + หันมามองเป็นระยะๆ) หลังเหตุการณ์นั้นก็เลยซื้อ spray มา แล้วถ้ากลับค่ำก็หลีกเลี่ยงไม่เดินกลับเอง นั่ง taxi ก็เจองี้อีก T-T

    เตือนไว้อีกอย่าง...เราใช้วิธีนี้ได้เพราะตลอดทางกลับบ้านไม่ต้องเข้าซอย วิ่งถนนใหญ่ตลอด ถ้าบ้านใครตอนกลับต้องผ่านตรอกซอกซอยอย่าใช้วิธีนี้นะ บอกให้วิ่งไปที่ชุมชนใกล้ๆซักที่ ยอมให้เงินเยอะหน่อยอาจจะซัก 50 - 100 ก็ได้ (ชีวิตเราสำคัญสุด เงินเท่านี้อย่าเสียดาย) ไปต่อรถตรงที่คนเยอะๆ อย่าเสี่ยงลงคนเดียวตรงที่เปลี่ยวๆเด็ดขาดล่ะ

    07 januari

    I was tagged!!! (by Auntie TAR) : ช่วยด้วย หนูโดนแปะ!!! (โดยป้าต๋า)

    อยู่ๆป้าต๋าก็มาบอกว่าเราโดนแปะ... http://caci.exteen.com/category-Untitled
     
    ไอ้เราก็งง ตามประสาคนเชยไม่ค่อยเขียน Blog (เขียนน้อยจนเรียกว่าไม่เขียนเลยดีกว่า ^^") เพิ่งจะรู้ว่า Blog tag เนี่ย มันเป็นอย่างนี้นะ
     
    "การ blog tag ก็เหมือนการเล่นวิ่งไล่จับ ที่ถ้าเราถูกแปะแล้วต้องไปแปะคนอื่นต่อ โดยคนที่โดนแปะจะต้องทำการเขียนเรื่องราวของตัวเองที่คิดว่าไม่ค่อยมีคนรู้ 5 เรื่องลงในบล็อคของตัวเอง แล้วค่อยไปแปะคนอื่นต่อไปอีก 5 คน (จดหมายลูกโซ่ชัดๆ) ให้เขียนต่อ โชคยังดี ที่คนที่เคยโดนแปะไปแล้วไม่สามารถโดนแปะซ้ำซ้อนได้ ไม่งั้นคงเล่นกันเป็นวงกลมแน่ๆ" Copyright by Auntie TAR
     
    ข้อความข้างต้น copy จากป้าต๋ามาทั้งดุ้น เพราะขี้เกียจพิมพ์ 555 แต่เค้าลง copyright ไว้ให้ท้ายข้อความแทนละกันนะคะ
     
    5 เรื่องนี่มันเยอะไม่ใช่เล่นนะเนี่ย...เริ่มเลยละกันเนอะ
     
    1. ชื่อเล่น
    ชื่อเล่นของเราจริงๆมันไม่ใช่ "วี" ล่ะ จริงๆชื่อเล่นเราคือ"แอน" คนรู้มีอยู่ไม่กี่คน แค่คนในครอบครัว คนพิเศษ เพื่อนสนิท และเพื่อนไม่สนิทที่ดันแอบรู้ก็มีบ้าง ตอนเด็กๆที่อยู่ที่โรงเรียนส่วนใหญ่ก็เรียกชื่อจริงเต็มๆกัน หรือไม่ก็เรียกชื่อจริงเอามาทำให้สั้น อย่างเราชื่อ "วีรวรรณ" เพื่อนๆก็เรียกว่า "วี" พอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยบอกทุกคนว่าชื่อ "วี" ไปเลย (สาเหตุนึงเพราะชื่อ "แอน" มันฝรั่งจ๋า ไม่ค่อยเข้ากะหน้าตาหมวยๆอย่างเราด้วยล่ะ +_+")
     
    2. ชอบกินเกลือ
    เราเป็นคนชอบกินเกลืออ่ะ...ตั้งแต่เด็กๆละ เอาเกลือมานั่งแตะกินเล่นๆได้สบายๆเลย พอโตขึ้นเริ่มรู้ละว่ากินเค็มมากๆไม่ดี ก็เลยลด ละ เลิกไปบ้าง แต่ก็ยังชอบอาหารที่รสค่อนข้างเค็มอยู่นะ
     
    3. กลัวแมลงทุกชนิด
    เราเป็นคนที่กลัวแมลงทุกชนิดเลยล่ะ ไม่ใช่แค่เกลียดนะ แต่กลัวเลย กลัวมันเกาะแล้วเราไปโดนมันแล้วมันจะ "หลุด" เป็นชิ้นๆ ความรู้สึกว่าข้อต่อแต่ละส่วนของมันไม่แข็งแรงอ่ะ พร้อมจะหลุดได้ทุกเมื่อ (รู้สึกไปเองอ่ะนะ) ถ้ามันหลุดก็...อี๋....สยองอ่ะ ไอ้ที่เป็นปล้องๆก็ไม่เอานะ สิ่งมีชีวิตที่มีระยางค์(ส่วนของร่างกายหรืออวัยวะที่ยื่นออกจากลำตัว)เกิน 4 เนี่ย รับได้แค่ ปู กุ้ง กั้ง เท่านั้นแหละ (เพราะมันกินได้  )
     
    ป.ล.....ยกเว้นอีกอย่างคือรถด่วนที่แปรสภาพ (ทอด) แล้ว อาหร่อย เอิ๊กๆ
     
    4. เห็นอย่างนี้ตอนเด็กๆเคยเรียนบัลเล่ต์นะ !?!
    ตอนเด็กๆเค้าฮิตมากเลยเรื่องส่งลูกๆหลานๆไปเรียนบัลเล่ต์ เรียนเปียโนเนี่ย... โดนกะเค้าเหมือนกัน แม่จับส่งไปเรียนบัลเล่ต์ เรียนอยู่ตั้งประมาณ 3 ปีมั้ง แต่ไม่รุ่ง (แค่ฉีกขายังทำไม่ได้เลย +_+" อายเค้ามั้ยล่ะ) ก็เลยเลิกเรียนไปเพราะไม่คืบหน้า 555 มารู้สึกตัวเอาตอนนี้ว่าไม่มีความสามารถด้านการเต้นและไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เลย เพราะโตแล้วลองไปเรียนเต้นก็ไม่ไหวอยู่ดี ตัวแข็งมากๆ ^^"
     
    5. ไม่ชอบใส่กระโปรง
    เห็นเป็นผู้หญิงน่ารัก(เหรอ?) อ่อนหวาน(เหรอ??) อย่างนี้ แต่ในตู้เสื้อผ้าไม่มีกระโปรงแม้แต่ตัวเดียว (ยกเว้นเครื่องแบบทำงาน ที่นานๆๆๆๆจะหยิบกระโปรงมาใส่ซะที ปกติใส่แต่กางเกง กับชุดออกงานเวลาต้องไปงานแต่งงาน) สาเหตุที่ไม่ชอบใส่มักจะบอกกับคนอื่นๆว่าเราขี้หนาว แต่จริงๆเป็นเพราะนั่งไม่เรียบร้อย +_+" ชอบเอาขาขึ้นเก้าอี้ ตอนกลางวันอย่างมากก็แค่พับเพียบหรือคุกเข่าบนเก้าอี้ พอเย็นๆค่ำๆนี่นั่งท่าจับกังเลย (ชันเข่าขึ้น 1 ข้าง) หรือท่าอื่นๆที่นั่งสบาย แต่ใส่กระโปรงแล้วทำไม่ได้ กุลสตรีสุดๆ
     
    กว่าจะครบ 5 เรื่อง...หืดขึ้นคอเลยแฮะ +_+" อีก 5 คนที่เราจะแปะ ขอเป็นดังนี้นะค้าบ
     
    โจ้ (ญ) http://dittaya.spaces.live.com/?owner=1 -> เปลี่ยนนะคร้าบบบ รายนี้เลิกเขียนไปแล้ว ขอเปลี่ยนไปแปะ พิตตี้ http://prelude343.spaces.live.com/?owner=1 แทนจ้า
     
    ใครว่างก็ช่วยกันทำมาหากินหน่อยนะค้าบบบบ Thx หลายค้าบ
    08 september

    รักหมดใจ...ใจหมดรัก?

    เขียนถึงคนบนฟ้า
     
    เพิ่งรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ที่ต้องใช้ชีวิตลำพัง
    ฟ้าทุกเช้ามันอ้างว้าง ตั้งแต่เธอจากไป
    ชีวิตต้องเดินก็รู้ แต่ไม่รู้จะเดินเพื่อใคร
    ดาวบนฟ้าคว้ามาได้ ใครจะร่วมชื่นชม
     
    * ยามค่ำคืนยังยืนมองขอบฟ้า
    เธอสบตากับฉันบ้างหรือเปล่า
     

    ** คิดถึงเธอ คนที่ดีที่สุด
      ถึงแม้ได้พูดในวันที่มันสาย
    ยังคงรักเธอ เธอได้ยินฉันไหม
    อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ
     
    เพิ่งรู้ว่ากอดมันหวาน
    เมื่อเธอนั้นไปไกลลับตา
    ใช้ทั้งสองมือไขว่คว้า คงไม่มีค่าใด
    ห้องน้อยของเธอกับฉัน ที่วันนั้นมันดูแคบไป
    เพิ่งจะรู้มันกว้างใหญ่ เกินจะนอนคนเดียว
    (*,**, **)  
     
    ...ได้ยินไหม...คิดถึงเธอ...
     
     
    ได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกก็คิดว่า...เพราะดีจัง
    แต่วันนี้ฟังแล้วร้องไห้ล่ะ
     
    ทำไมหัวใจมันอ่อนไหวง่ายอย่างนี้นะ >_<
     
    เคยถามตัวเองว่ามีประโยชน์มั้ย...
    ถ้าจะรักคนที่เค้าไม่รักเรา
    คิดถึงเค้า...ทั้งๆที่เค้าไม่คิดถึงเรา
     
    ก็ได้คำตอบออกมาว่า
    ถ้าหยุดรัก หยุดคิดถึงไม่ได้ก็ไม่ต้องหยุด
     
    บอกออกไปเลย...ว่ารักว่าคิดถึง
    บอกวันนี้ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้
    เพราะไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไหร่ จะไม่มีโอกาสได้บอก หรือไม่รู้จะบอกให้ใครฟัง...
     
    รักค่ะ :)
     
    11 oktober

    :$

    มีคนคนหนึ่ง ที่ไม่ได้ดีพร้อมทุกอย่าง
    และยังเป็นคนไม่ค่อยน่าสนใจ
    เขาไม่ได้ทำอะไร ที่ดูมีความหมาย
    เป็นแค่ คนหนึ่งคน
    หน้าตาก็ธรรมดา ค่อนข้างไม่พิเศษ
    ไม่ค่อยสวยงาม อย่างคนไหน
    และยังเป็นคน ที่ไม่ได้มีความมั่นใจ
    ไม่ ไม่ ซักอย่าง
    * แต่ที่คนนี้เขามี คือความรัก
    ความรัก ที่ยิ่งใหญ่
    ถ้าหากว่าเขา มอบให้กับใคร
    เขาให้ตลอดกาล
    คำถามก็คือ ถ้าอยากชอบคนไม่พิเศษ
    ไม่ค่อยสวยงาม อยู่บ้างไหม
    เพราะคนคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความมั่นใจ
    หลงรักเธอ มานานแล้ว
    ( * )
    คำถามก็คือ ถ้าอยากชอบคนไม่พิเศษ
    ไม่ค่อยสวยงาม อย่างคนไหน
    เพราะมีคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความมั่นใจ
    มาขอรักเธออยู่ตรงนี้
    ถ้ามีคนหนึ่ง ที่ดูไม่ค่อยน่าสนใจ
    มาขอรักเธอ จะยอมไหม
    03 september

    Right Here Waiting

    Oceans apart day after day
    And I slowly go insane
    I hear your voice on the line
    But it doesn't stop the pain

    If I see you next to never
    How can we say forever

    Wherever you go
    Whatever you do
    I will be right here waiting for you
    Whatever it takes
    Or how my heart breaks
    I will be right here waiting for you

    I took for granted,all the times
    That I thought would last somehow
    I hear the laughter,I taste the tears
    But I can't get near you now

    Oh,can't you see it baby
    You've got me goin' crazy

    Wherever you go
    Whatever you do
    I will be right here waiting for you
    Whatever it takes
    Or how my heart breaks
    I will be right here waiting for you
    I wonder how we can survive
    This romance
    But in the end if I'm with you
    I'll take the chance

    Oh,can't you see it baby
    You've got me goin' crazy

    Wherever you go
    Whatever you do
    I will be right here waiting for you
    Whatever it takes
    Or how my heart breaks
    I will be right here waiting for you
    11 augustus

    But I do LOVE you

    I don't like to be alone in the night
    And I don't like to hear I'm wrong when I'm right
    And I don't like to have the rain on my shoe
    But I do love you
    But I do love you

    I don't like to see the sky painted gray
    And I don't like when nothing's going my way
    And I don't like to be the one with the blues
    But I do love you
    But I do love you

    Chorus:
    Love everything about the way you're loving me
    The way you lay your head
    Upon my shoulder when you sleep
    And I love to kiss you in the rain
    I love everything you do, oh I do

    I don't like to turn the radio on
    Just to find I missed my favorite song
    And I don't like to be the last with the news
    But I do love you
    But I do love you

    Chorus

    And I don't like to be alone in the night
    And I don't like to hear I'm wrong when I'm right
    And I don't like to have the rain on my shoes
    But I do love you
    But I do love you
    But I do love you
    But I do love you
    ...
     
    I really do LOVE you...
    27 juli

    ...

    หากคนอย่างฉันตายจากไป

    เธอเศร้าใจรึเปล่า

    ...

    07 juli

    เหนื่อย....

    เหนื่อยจัง กับหลายๆวันที่ผ่านมานี่
    ไม่ใช่พักผ่อนไม่พออ่ะนะ เราเคยพักผ่อนน้อยกว่านี่อีกมาก แต่ก็อยู่ได้
    จะเรียกว่าขาดความต้องการที่จะมีชีวิตจะได้รึเปล่า??? ก็ไม่รู้สิ
     
    วันก่อนไปอ่าน space เพื่อนคนนึง ที่เขียนเกี่ยวกับความรู้สึกวันซ้อมรับปริญญา
    อ่านแล้วน้ำตาจะไหลอ่ะ....คิดถึงวันเก่าๆ
    แต่ไหลไม่ได้ เพราะนั่งแอบอ่านอยู่ใน office ^^" แต่ตอนนั้นเลิกงานแล้วนะ >_<
     
    ครั้งนึง...ไม่ใช่สิ ตลอดที่ผ่านมา....เคยคิดว่า
    เออ...ตั้งแต่เด็กก็ไม่ได้ช่วยงานอะไรทางบ้านเลยแฮะ เอาแต่เรียน
    เอาวะ...อย่างน้อยก็เรียนให้ดีๆ ให้เค้าได้ภูมิใจ
    ก็พยายามอย่างนั้นมาตลอด....ตั้งแต่สมัยอยู่โรงเรียน จนจบมหาลัย
     
    ก็รู้ว่ามันไม่ได้เลิศเลออะไรกับเกียรตินิยมอันดับ 2 ที่ได้มา
    สำหรับเค้ามันคง...ธรรมดา ถึงเราจะรู้สึกดีๆกับตัวเองอยู่ไม่น้อยก็เหอะ
    ความรู้สึกวันที่ไปซ้อมใหญ่เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา
    มันก็ดีนะ...ดีมากๆเลยอ่ะ
    แต่ไม่รู้สิ....มันเหงาๆ
    (หง่ะ....ขอหยุดพิมพ์ก่อน เดี๋ยวมาต่อ จะร้องไห้แย้ว ~>_<~)
     
    (แหะๆ ดีขึ้นหน่อยละ...จำไว้...เวลาจะร้องไห้ จงทำงาน จะได้หยุดฟุ้งซ่าน ^^")
    ก็...มองไปรอบๆ ทุกคนมีความสุข ยิ้มแย้ม สดชื่น
    บรรยากาศวันนั้นมันอบอุ่นดีมากเลยนะ
    ความรู้สึกที่แวดล้อมไปด้วย พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง
    แต่กับเรา....
    เหมือนทั้งบ้าน...เราบ้าไปคนเดียว
    บ้าที่ดีใจที่ตัวเองได้รับปริญญา....ใบแรกในชีวิต
     
    กับเรื่องที่เราคิดว่าสำคัญกับชีวิตเรามากที่สุดครั้งนึง
    มันก็เป็น...เรื่องธรรมดาๆ วันธรรมดาๆ ของทุกคนรอบๆ
    ตั้งแต่ที่เราคิดว่าอยากหาคนมาแต่งหน้า หาคนมาถ่ายรูป
    กลายเป็นความสิ้นเปลือง ไร้สาระ....
    ถึงเราจะรู้ว่ามันก็ค่อนข้างเปลืองอยู่ไม่น้อย
    แต่กับการเก็บความทรงจำดีๆที่เรามีอยู่มากมายกับสถาบัน กับเพื่อนๆที่เรารัก
    เราก็ว่ามันคุ้มนะ
     
    วันนั้น...มีเรา มีพี่ เพื่อนพี่และคนนั้น ที่ไปถ่ายรูปให้
    กับเพื่อนๆสมัยอยู่โรงเรียน ที่น่ารักมากๆ มากันเยอะแยะ
    ขอบคุณฮับ =^-^=
    แต่เราก็อดรู้สึกเหงาไม่ได้ล่ะเนอะ...
     
    ก็ OK น่า....นี่แค่วันซ้อมเอง ก็พยายามคิดแบบนี้นะ
    แต่พอพูดถึงวันจริง....ก็ไม่เห็นเค้าจะแคร์อะไรเท่าไหร่
    ก็....just another ordinary day สำหรับเค้า...ประมาณนั้น
    ....จะวุ่นวายหาคนถ่ายภาพทำไม
    กล้องอะไรก็ได้ ถ่ายๆไปมันก็เหมือนกันแหละน่า....
    ....ถ่ายรูปจะไปทำไมตั้งแต่เช้า 7 โมง
    ไม่ห็นต้องถ่ายอะไรเยอะแยะเลย เปลือง....
     
    เมื่อเช้า...ก็ทำอะไรผิดกับคนนั้นอีกแล้ว
    "เป็นอย่างนี้อีกแล้วนะ"
    ....
     
    เหนื่อยแฮะ
    ทำอะไรก็ไม่ดี
    ทำอะไรก็ไม่ถูก
    ไม่สำคัญ
    ไม่มีค่า
    ไม่มีความหมาย
    .
    .
    .
    ไร้สาระ
    .
    .
    .
    ถ้าคนอย่างฉันตายจากไป
    เธอเศร้าใจหรือเปล่า
    หนึ่งคนที่ข้างเธอยามเหงา
    มันมีค่าสักแค่ไหน...สำหรับเธอ
    30 mei

    ปวดหัวอ้ะ...แง่งงงงงงงงง

    ไม่ได้เขียนหลายวันรวดอีกแล้ว......

    หมู่นี้พฤติกรรมการใช้คอมเปลี่ยนไปแฮะ...ไม่เล่นคอมดึกๆดื่นๆละ

    สาเหตุก็....อ่ะนะ...ทำงานนั่งอยู่หน้าคอมทั้งวันแล้วนี่ เช้ายันเย็น

    กลับบ้านจะเปิดคอมอีกก็.....ชักเอียนว่ะ เสาร์อาทิตย์ก็ด้วย

    ไม่เหมือนเมื่อก่อน ว่างปุ๊บต้องเปิดคอม ขาดคอม ขาด net เหมือนขาดใจ +_+"

    ...

    เมื่อวันเสาร์ไปดูหนังเรื่อง "มหา'ลัยเหมืองแร่" กะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ร่วมสถาบันวิศวฯจุฬาฯ นับร้อยคน

    เป็นประสบการณ์และความประทับใจที่ดีนะ หนังก็ดี...สอนอะไรๆได้เยอะเลยอ่ะ

    ไว้ออกเป็น VCD ก็อาจจะซื้อเก็บ....มั้ง ^^"

    ...

    วันอาทิตย์ที่ผ่านมา...ไปกินข้าวเลี้ยงส่งเพื่อนเก่า SJC แล้วก็ไปตัดชุดทำงาน

    ปวดหัวทั้งวันตั้งแต่เช้าเลยอ่ะ... ปวดแบบแถวๆรอบดวงตา

    เป็นแค่ข้างขวาข้างเดียวด้วย...

    ทรมานโคตรๆ ปวดทั้งวันเลยตั้งแต่เช้ายันค่ำ -*-

    ตอนนี้เช้าวันจันทร์ยังปวดอยู่เลยอ่ะ T-T

    แบบว่าอากาศมันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาด้วยมั้ง เมื่อคืนฝนตก...หนาว

    เช้าร้อนนนนนนนนนนนนนนนนนน แดดเปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงง

    ลงรถเมล์เดินขึ้นสะพานลอยปวดหัวจี๊ดดดดดดดดดดดดเลย +_+"

    ....

    ....

    เมื่อไหร่จะหายฟะ ~>_<~ เซ็งนะ บูๆๆ ~~~>_<~~~

    23 mei

    เศร้าใจ...ลูกรักของแม่ T-T

    หลังจากไม่ได้เขียนนาน...เมื่อวานก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น เลยมาขอระบาย

    เมื่อวาน (อาทิตย์ 22 พ.ค. 48) หลังจากไปช่วยงานของ Settrade ที่ Money Expo เสร็จ ก็กลับบ้านตอนประมาณ 3 ทุ่ม

    ระหว่างกำลังเดินอยู่ในคอนแวนต์ พ่อก็โทรมา คุยกันเสร็จเพิ่งวางโทรศัพท์ กำลังจะเอาเก็บใส่กระเป๋า...

    บังเอิญว่า...ตอนนั้นกำลังจะเดินผ่านร้านอาหาร...ก่อนถึงมันมักองขยะกองโตๆอยู่กองนึง...

    แล้วอยู่ๆหนูตัวเบ้อเริ่มก็วิ่งพรวดออกมา ตัดหน้าเราไปนิดเดียว...ตกใจโคตรอ่ะ

    แบบว่า...ใจหายแวบเลย...ก็ตรงนั้นมันมืดๆอ่ะ แล้วเราก็ไม่ได้ตั้งตัวด้วยไง

    ก็ชะงักไปแป๊บนึง...แล้วก็เดินต่อ...

    พอก้าวขาปุ๊บ....หนูอีกตัวก็โผล่มาจากกองขยะนั่นอีกแบบเราไม่ได้ตั้งตัวจริงๆคราวนี้ แบบว่า direction มาที่เท้าซ้ายเลย ฌแยดขาเราไปนิดเดียว ตกใจสุดๆ

    ตอนนั้นรู้ตัวอีกที...ภาพที่เห็นก็คือ...ลูกรัก O2 mini ที่อยู่ในมือ...กำลังจะเก็บลงกระเป๋า...ลอยออกจากมือซ้ายร่วงลงพื้นแบบเอาหัวปัก...

    แล้วสภาพ...ก็คือ...ฝาแบตหลุดออกมา... SD Card ก็หลุด...

    หยิบขึ้นมาประกอบ...แล้วเปิด...เครื่องค้าง...

    จะเอา Stylus มา reset... กระเด็นไปไหนก็ไม่รู้...

    ทำอะไรไม่ถูก...เลยเดินไปขอไฟฉายที่ป้อมยาม...ยามใจดีมาก มาช่วยหาด้วย...หาอยู่นานมาก เกิน 5 นาทีแน่ๆ ก็หาไม่เจอ...จะตัดใจอยู่แล้ว

    แล้วก็มีผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาถามว่า...หาอะไรอยู่คะ...ก็อธิบายเค้าไป เค้าก็ยื่นมาให้...บอกว่ามันกระเด็นไปเกือบถึง Q House คือประมาณเกือบ 10 เมตร...

    พอได้คืนมา...เอามา reset เครื่อง...ก็ไม่หาย เดินกลับบ้าน เข้าบ้านโทร.หาพ่อ ร้องไห้จนพ่อตกใจ ปลุกแม่ที่หลับไปแล้วขึ้นมาตกใจด้วยกัน +_+" พ่อบอกใจเย็นๆ พูดให้รู้เรื่องก่อน พอเล่าให้พ่อฟัง โชคดีที่พ่อเข้าใจ ไม่โมโห ไม่ว่าอะไร...บอกว่าดีแล้วที่เป็นแค่โทรศัพท์...นึกว่าเราเป็นอะไรไป ไม่เป็นไร ถ้ามันเสียจริงๆพ่อไม่ว่า เดี๋ยวพ่อซื้อให้ใหม่ เข้าใจว่าเราไม่ใช่คนใช้ของทิ้งขว้าง แล้วมันก็เป็นอุบัติเหตุจริงๆ

    ตอนนี้...หลังจาก reset ไป 5-6 รอบมันก็ใช้ได้แล้ว...แต่ไม่รู้ว่าข้างในเสียหายอะไรรึเปล่า

    แค่อาการ และก็ริ้วรอยภายนอกรอบตัวเครื่องเราก็หัวใจแทบสลายแล้ว...ดีนะที่หน้าจอไม่แตก...เพราะตอนซื้อที่ร้านย้ำมากให้ระวังเรื่องหล่นแล้วหน้าจอแตก

    ต่อไปนี้ถ้ากลับมืดๆ จะไม่เดินกลับแล้ว คงเรียกสามล้อไม่ก็มอเตอร์ไซค์จากปากซอยฝั่งโน้นมาดีกว่า...

    เข็ดแล้วจริงๆ...

    ป.ล. ขอขอบคุณ...คุณยามใจดี และพี่ผู้หญิงคนนั้น

    ขอบคุณพ่อกะแม่ที่เข้าใจ และห่วงใยเราขนาดที่เค้าตกใจกว่าเราซะอีกตอนเราโทรไปแล้วร้องไห้ใส่ แถมพูดจาไม่รู้เรื่อง +_+"

    ป.ล. 2 วางระเบิดกองขยะจะผิดมั้ยวะเนี่ย -*- ยาเบื่อมันนุ่มนวลไปหน่อยเนอะ หึๆๆๆ

    11 mei

    เห็นเพื่อนๆเขียน + แอบว่างจิ๊ดดดดดดดนึง เอาด้วยละกัน :D

    ชีวิตช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นอ่ะ เช้าตื่น 6.30 - 7.00 อาบน้ำ แต่งตัว มาทำงาน เริ่มงาน8.30 ทำๆๆๆๆ ผิดมั่งถูกมั่ง  ไม่เป็นไร เราน้องใหม่ ผิดพลาดได้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องแปลก

    ทำงานที่นี่ (settrade) ก็ดีนะ บรรยากาศไม่เลว เพื่อนๆรุ่นเดียวกันก็เยอะอ่ะ ไม่เหงา แถมโทรศัพท์ที่นี่ก็ดังทั้งวัน เลยไม่เงียบไปด้วย ที่นั่งก็มุมไม่เลว คนเดินผ่านไม่เห็นจอคอม เลยมานั่งพิมพ์ blog ได้ คุย MSN ได้บ้าง เปิด web โน่น web นี่ (ที่เค้าไม่ block) ได้ สบายใจไปเยอะ ไม่ต้องผวา ดีกว่าเพื่อนอีกหลายๆคนที่ทำเลไม่ค่อยจะสวยเท่าไหร่ (แต่ไม่ใช่ว่าเราเอาแต่นั่งเล่นนะ แค่บางครั้งมันก็ต้องผ่อนคลายกันบ้าง ^^"

    วันนี้รู้สึกไม่มีไรจะพิมพ์เลยแฮะ ง่วงๆ งงๆ  (ก็เป็นงี้เกือบทุกวันนี่หว่า หะๆๆ +_+") วันหลังว่างๆจะมาบอกเล่าเรื่องราวต่อ ไปทำงานต่อละ เอิ๊กๆ บั๊บบายๆ

     
    *