Profiel van V Vince~ ~ ~ ~ @@ V Vince @@ ~ ...Foto'sWeblogLijsten Extra Help

Weblog


    28 januari

    หนูจาไปหัดขับรถ...

    จากเหตุการณ์ที่ได้ประสบมา และเล่าไปใน blog ที่แล้ว "เตือนภัย taxi (ท่าทาง) อันตราย" (ใครยังไม่ได้อ่านกรุณาไปอ่านซะก่อนนะจ๊ะ)

    ก็เลยคิดว่า...ถึงเวลาที่เราจะต้องหัดขับรถอย่างจริงๆจังๆซักทีสินะ
    วันไหนที่ต้องกลับบ้านค่ำๆ จะได้ขับรถกลับเอง ลดโอกาสเสี่ยงที่จะเจอเหตุการณ์ระทึกขวัญระหว่างการเดินทางด้วยรถใต้ดิน หรือ taxi

    วันเสาร์ที่แล้วก็เลยไปสมัครเรียนมาละ ตรงใกล้ๆบ้านนี่ล่ะ
    จริงๆอยากเรียนเกียร์ออโต้ แต่ที่บ้านอยากให้เรียนเกียร์กระปุกอ่ะ (มันยากง่ะ กลัวขับไม่เป็น )
    แต่จริงๆถ้าขับกระปุกได้ auto ก็สบายๆแหละเนอะ เอาน่ะ...เรียน 12 ชม.ต้องขับให้ได้ สู้ๆ >_<
    จะไปเรียนพรุ่งนี้ (28/1/2007) วันแรกล่ะ ไว้จะมาเขียนต่อละกัน ว่าดูมีแววจะออกถนนได้เมื่อไหร่

    Updated on 28/1/2007...

    ไปเรียนครั้งแรกกลับมาแล้วค้าบบบบ
    เรียนไป 2 ชม....ทำรถดับไป 2 รอบ หวิดๆจะดับอีกก็หลายรอบเหมือนกัน
    พอเจอรถสวนแล้วงงทำไรไม่ถูกทุกทีเลย
    แถมต้องให้ครูช่วยดึงพวงมาลัยตลอด เพราะจะแถหาข้างทางอยู่เรื่อย >_<
    ช่วงนี้บ้านใครอยู่แถวสวนพลู จอดรถไว้หน้าบ้านก็ระวังๆไว้หน่อยนะค้า

    ประเทศไทยกำลังจะมีคนขับรถเอ๋อๆเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คนแล้วจ้า.....

    14 januari

    เตือนภัย taxi (ท่าทาง) อันตราย

    เป็นเหตุการณ์ไม่น่าไว้ใจที่เจอกับตัวเอง...เลยมาเตือนๆกันไว้ (ลงไว้ใน Blog ที่ Multiply ละ แต่เอามาแปะอีกอันที่นี่ จะได้กระจายให้อ่านทั่วๆกัน)

    เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีเหตุให้ต้องกลับบ้านค่อนข้างดึก ออกจากที่ทำงานมาเรียก taxi ที่หน้าตึก ตอนประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง
    แบกกล่องกระดาษใบโตกลับบ้านเป็นของขวัญปีใหม่ที่ลูกค้าเอามาให้ ก็เลยมือไม่ว่างโบกรถ พี่ยามก็ใจดีเรียก taxi ให้ (ตอนยืนรอรถหน้า office จะอุ่นใจอยู่แล้ว เพราะมียามยืนอยู่ตลอด แถมช่วงนี้อุ่นใจเป็นพิเศษเพราะมีพี่ๆทหารอยู่ด้วยอีก 2 นาย :D)

    พอยามเอากระบองแว๊บๆโบกป๊าบบบบบ ก็มี taxi พุ่งปรู๊ดดดดดมาจอดคันนึง เป็น taxi สีฟ้า-แดง รถ Nissan NV สภาพเก่าๆ ทะเบียนไม่ได้สังเกต (ปกติจะดูทะเบียนตอนขึ้นรถไปแล้ว โดยดูจากด้านในประตูซึ่งจะต้องมีติดไว้ หรือดูจากป้ายชื่อคนขับด้านซ้ายมือของหน้ารถ หลังไฟ"ว่าง") ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดไร เอาน่าก็ taxi เหมือนกัน ถึงสภาพจะไม่ดีเท่าไหร่ก็เหอะ

    หลังจากบอกที่หมาย ขึ้นรถปิดประตู รถเคลื่อนไปพ้นตึกได้หน่อยเดียวก็จอด คนขับหันมาบอกว่า "มิเตอร์เสีย ลงไปขึ้นคันหลังละกัน"
    ไอ้เราก็ลองเหลือบมองมิเตอร์ที่คนขับชี้ให้ดู....โหสภาพงี้ไม่เรียกเสียหรอกมั้งพี่ เหมือนใช้ไม่ได้มานานแล้วมากกว่า ร่องแร่งเชียว ไฟก็หรี่ๆ (ไม่ได้พูดไปนะ แค่คิด)

    ที่ทำงานเราอยู่ที่ตลาดหลักทรัพย์ ตรงข้างๆศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ตอนนั้นรถไปจอดอยู่ตรงเลยทางขึ้นลงรถใต้ดินหน้าศูนย์ประชุมมาหน่อยนึง ค่อนข้างเปลี่ยวและพ้นจากสายตาของยามหน้าตึกเรามาแล้วด้วย... พอเหลือบดูนอกรถก็เห็นผู้ชายยืนอยู่คนนึง เยื้องๆกับตรงที่ taxi จอด รออะไรอยู่ก็ไม่รู้ เราเคยได้ยินว่ามีพี่ตลท.เคยเรียก taxi กลับ แล้วออกรถมาได้หน่อยเดียว taxi ก็ชิดซ้ายจอดบอกว่า gas หมด พอลงจากรถก็มีมอเตอร์ไซค์ขี่สวนทางมากระชากกระเป๋าไป แล้ว taxi ก็ขับหนีไปเลย ทำงานกันเป็นทีมได้ดีจริงๆ -_-"

    ก็เลยนึกกลัวว่าถ้านี่เป็นมิจฉาชีพ ลงจากรถไปเราจะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้... อาจจะถูกทำร้าย โปะยา ชิงทรัพย์ หรืออะไรที่น่ากลัวกว่านั้น
    ก็เลยตัดสินใจ..."ไม่ลงแน่ๆ" ถ้าลงไปเราอาจจะต้องสู้กับผู้ชายตัวโตๆ 2 คน (คนขับ 1 ไอ้ที่ยืนรอตรงฟุตบาทอีก 1) แถมจังหวะก้าวลงจากรถเราก็จะไม่อยู่ในท่าที่พร้อมป้องกันตัวได้ แต่อยู่ในรถเรามีศัตรูแค่ 1 แล้วเราก็มีอุปกรณ์พอป้องกันตัวได้อยู่ (เป็น spray ป้องกันตัวแบบ
    http://www.thaibodyguard.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=313911&Ntype=6 - ไม่ได้ค่าโฆษณานะจ๊ะ ^^")
    ตอนนั้นเอามือล้วงไปในกระเป๋า กำ spray ไว้ในท่าพร้อมฉีดแล้ว...

    คิดแล้วก็บอกคนขับไปว่า "ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปถึงแล้วให้เท่าที่เคยนั่งไปละกัน"
    "มิเตอร์เสียน่ะ ลงไปขึ้นคันหลังเถอะ" คนขับยังยืนยันเหมือนเดิมคือจะให้ลงจากรถ
    (รู้แล้วว้อยว่าเสีย ก็บอกว่าจะให้เท่าที่เคยไปไง-วะ)
    "ออกรถเหอะค่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวให้เท่าที่เคยนั่งไป"
    "..."คนขับหยุดคิดไปนิดนึง ก่อนบอกว่า "งั้นผมขอค่ารถ 100 นึงนะ"

    ไอ้เราก็คิดในใจ...'ไอ้บ้า บ้านชั้นอยู่แค่นี้ นั่งไปปกติไม่เกิน 60 ยิ่งดึกๆรถโล่งๆ 50 กว่าๆก็ถึงแล้ว'
    ด้วยความงกก็บอกว่า "ก็จะให้เท่าที่เคยนั่งละกัน พี่ออกรถไปก่อนเลย"
    คนขับก็ยังอิดออดไม่อยากออกรถ "งั้นขอค่ารถ 100 นึงนะ" ยืนยันเหมือนจะให้เราลงจากรถให้ได้

    เราก็ทำท่าโมโหเลย บอกว่า"100 นึงก็ได้ พี่ออกรถเลยเดี๋ยวนี้เลย หนูรีบ"
    "100 นึงนะ" ย้ำอีกแน่ะ... "เออ!!! 100 ก็ 100 พี่ออกรถเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!"
    คนขับก็ออกรถไป เราก็หยิบโทรศัพท์มาจะโทรศัพท์หาคนที่บ้าน หรือไม่ก็เพื่อนๆ จะบอกทะเบียนรถ + ชื่อคนขับ
    ปรากฏว่า...ตรงข้างประตูรถไม่มีแผ่นป้ายบอกหมายเลขทะเบียน หน้ารถก็ไม่มีป้ายชื่อคนขับ
    ก็นั่งทำใจดีสู้เสือ ชวนคนขับคุยมาตลอดทาง แสดงอาการว่าเราไม่กลัว (แต่มือล้วงอยู่ในกระเป๋าถือ กำ spray ไว้ตลอดเวลา)
    คนขับบอกว่าไม่เคยเข้ามาไม่รู้ทาง...ปกติขับอยู่พัทยา
    พัทยา...สภาพรถอย่างนี้ใครจะเรียกวะ -_-" มิเตอร์สภาพนี้ไม่ต้องออกมาขับแล้ว
    แกล้งบอกทางเป็นชื่อถนน (ไม่บอกซ้าย-ขวา) ป้ายก็ไม่มี เสือกขับถูกอีกแน่ะ ตกลงว่าที่จริงมะรึงรู้ทางใช่มะเนี่ย?

    สุดท้ายก็กลับถึงบ้านได้ หน้าบ้านมียามอยู่ไม่กลัวละ ยอมเสียตังค์ไป 100 แต่ก็ดีที่ไม่เป็นอะไร...
    ฝาก web เอาไว้ละกัน ไป search เจอเข้า ข้อควรปฏิบัติเวลานั่ง Taxi คนเดียว
    http://www.thaibodyguard.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=332985

    อย่าประมาทนะ...สังคมเดี๋ยวนี้มีอะไรไม่น่าไว้ใจ แล้วก็อันตรายอยู่เยอะ

    แถมนิดนึง...สรุปรูปพรรณสัณฐานเท่าที่จำได้
    รถ - taxi สีฟ้า-แดง Nissan NV สภาพเก่า
    คนขับ - ผู้ชายตัวค่อนข้างใหญ่ ท้วม (ส่วนสูงกะไม่ถูก เพราะนั่งอยู่) อายุประมาณ 25 ขึ้นไปไม่น่าเกิน 30 ต้นๆ ผิวคล้ำ ผมหยิกหยักศกยาวประมาณบ่า เวลาพูดจาท่าทางมึนๆ พูดไม่ค่อยชัด งึมงำๆ (หน้าตาจำไม่ได้ ไม่เห็นหน้าตรง และเค้าไม่ยอมหันมาให้เราสังเกตตรงๆด้วย)

    เซ็งง่ะ...เมื่อก่อนกลับค่ำ เดินทางด้วยรถใต้ดิน ตอนกลับบ้านก็เจอคนท่าทางน่ากลัวเดินตาม จนต้องหลบเข้าร้านอาหารแล้วโทร.เรียกพี่ชายไปรับ (เพราะไอ้บ้านั่นดันนั่งรอหน้าร้านเลย ผนังร้านด้านหน้าเป็นกระจก เห็นว่ามันนั่งรอ + หันมามองเป็นระยะๆ) หลังเหตุการณ์นั้นก็เลยซื้อ spray มา แล้วถ้ากลับค่ำก็หลีกเลี่ยงไม่เดินกลับเอง นั่ง taxi ก็เจองี้อีก T-T

    เตือนไว้อีกอย่าง...เราใช้วิธีนี้ได้เพราะตลอดทางกลับบ้านไม่ต้องเข้าซอย วิ่งถนนใหญ่ตลอด ถ้าบ้านใครตอนกลับต้องผ่านตรอกซอกซอยอย่าใช้วิธีนี้นะ บอกให้วิ่งไปที่ชุมชนใกล้ๆซักที่ ยอมให้เงินเยอะหน่อยอาจจะซัก 50 - 100 ก็ได้ (ชีวิตเราสำคัญสุด เงินเท่านี้อย่าเสียดาย) ไปต่อรถตรงที่คนเยอะๆ อย่าเสี่ยงลงคนเดียวตรงที่เปลี่ยวๆเด็ดขาดล่ะ

    07 januari

    I was tagged!!! (by Auntie TAR) : ช่วยด้วย หนูโดนแปะ!!! (โดยป้าต๋า)

    อยู่ๆป้าต๋าก็มาบอกว่าเราโดนแปะ... http://caci.exteen.com/category-Untitled
     
    ไอ้เราก็งง ตามประสาคนเชยไม่ค่อยเขียน Blog (เขียนน้อยจนเรียกว่าไม่เขียนเลยดีกว่า ^^") เพิ่งจะรู้ว่า Blog tag เนี่ย มันเป็นอย่างนี้นะ
     
    "การ blog tag ก็เหมือนการเล่นวิ่งไล่จับ ที่ถ้าเราถูกแปะแล้วต้องไปแปะคนอื่นต่อ โดยคนที่โดนแปะจะต้องทำการเขียนเรื่องราวของตัวเองที่คิดว่าไม่ค่อยมีคนรู้ 5 เรื่องลงในบล็อคของตัวเอง แล้วค่อยไปแปะคนอื่นต่อไปอีก 5 คน (จดหมายลูกโซ่ชัดๆ) ให้เขียนต่อ โชคยังดี ที่คนที่เคยโดนแปะไปแล้วไม่สามารถโดนแปะซ้ำซ้อนได้ ไม่งั้นคงเล่นกันเป็นวงกลมแน่ๆ" Copyright by Auntie TAR
     
    ข้อความข้างต้น copy จากป้าต๋ามาทั้งดุ้น เพราะขี้เกียจพิมพ์ 555 แต่เค้าลง copyright ไว้ให้ท้ายข้อความแทนละกันนะคะ
     
    5 เรื่องนี่มันเยอะไม่ใช่เล่นนะเนี่ย...เริ่มเลยละกันเนอะ
     
    1. ชื่อเล่น
    ชื่อเล่นของเราจริงๆมันไม่ใช่ "วี" ล่ะ จริงๆชื่อเล่นเราคือ"แอน" คนรู้มีอยู่ไม่กี่คน แค่คนในครอบครัว คนพิเศษ เพื่อนสนิท และเพื่อนไม่สนิทที่ดันแอบรู้ก็มีบ้าง ตอนเด็กๆที่อยู่ที่โรงเรียนส่วนใหญ่ก็เรียกชื่อจริงเต็มๆกัน หรือไม่ก็เรียกชื่อจริงเอามาทำให้สั้น อย่างเราชื่อ "วีรวรรณ" เพื่อนๆก็เรียกว่า "วี" พอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยบอกทุกคนว่าชื่อ "วี" ไปเลย (สาเหตุนึงเพราะชื่อ "แอน" มันฝรั่งจ๋า ไม่ค่อยเข้ากะหน้าตาหมวยๆอย่างเราด้วยล่ะ +_+")
     
    2. ชอบกินเกลือ
    เราเป็นคนชอบกินเกลืออ่ะ...ตั้งแต่เด็กๆละ เอาเกลือมานั่งแตะกินเล่นๆได้สบายๆเลย พอโตขึ้นเริ่มรู้ละว่ากินเค็มมากๆไม่ดี ก็เลยลด ละ เลิกไปบ้าง แต่ก็ยังชอบอาหารที่รสค่อนข้างเค็มอยู่นะ
     
    3. กลัวแมลงทุกชนิด
    เราเป็นคนที่กลัวแมลงทุกชนิดเลยล่ะ ไม่ใช่แค่เกลียดนะ แต่กลัวเลย กลัวมันเกาะแล้วเราไปโดนมันแล้วมันจะ "หลุด" เป็นชิ้นๆ ความรู้สึกว่าข้อต่อแต่ละส่วนของมันไม่แข็งแรงอ่ะ พร้อมจะหลุดได้ทุกเมื่อ (รู้สึกไปเองอ่ะนะ) ถ้ามันหลุดก็...อี๋....สยองอ่ะ ไอ้ที่เป็นปล้องๆก็ไม่เอานะ สิ่งมีชีวิตที่มีระยางค์(ส่วนของร่างกายหรืออวัยวะที่ยื่นออกจากลำตัว)เกิน 4 เนี่ย รับได้แค่ ปู กุ้ง กั้ง เท่านั้นแหละ (เพราะมันกินได้  )
     
    ป.ล.....ยกเว้นอีกอย่างคือรถด่วนที่แปรสภาพ (ทอด) แล้ว อาหร่อย เอิ๊กๆ
     
    4. เห็นอย่างนี้ตอนเด็กๆเคยเรียนบัลเล่ต์นะ !?!
    ตอนเด็กๆเค้าฮิตมากเลยเรื่องส่งลูกๆหลานๆไปเรียนบัลเล่ต์ เรียนเปียโนเนี่ย... โดนกะเค้าเหมือนกัน แม่จับส่งไปเรียนบัลเล่ต์ เรียนอยู่ตั้งประมาณ 3 ปีมั้ง แต่ไม่รุ่ง (แค่ฉีกขายังทำไม่ได้เลย +_+" อายเค้ามั้ยล่ะ) ก็เลยเลิกเรียนไปเพราะไม่คืบหน้า 555 มารู้สึกตัวเอาตอนนี้ว่าไม่มีความสามารถด้านการเต้นและไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เลย เพราะโตแล้วลองไปเรียนเต้นก็ไม่ไหวอยู่ดี ตัวแข็งมากๆ ^^"
     
    5. ไม่ชอบใส่กระโปรง
    เห็นเป็นผู้หญิงน่ารัก(เหรอ?) อ่อนหวาน(เหรอ??) อย่างนี้ แต่ในตู้เสื้อผ้าไม่มีกระโปรงแม้แต่ตัวเดียว (ยกเว้นเครื่องแบบทำงาน ที่นานๆๆๆๆจะหยิบกระโปรงมาใส่ซะที ปกติใส่แต่กางเกง กับชุดออกงานเวลาต้องไปงานแต่งงาน) สาเหตุที่ไม่ชอบใส่มักจะบอกกับคนอื่นๆว่าเราขี้หนาว แต่จริงๆเป็นเพราะนั่งไม่เรียบร้อย +_+" ชอบเอาขาขึ้นเก้าอี้ ตอนกลางวันอย่างมากก็แค่พับเพียบหรือคุกเข่าบนเก้าอี้ พอเย็นๆค่ำๆนี่นั่งท่าจับกังเลย (ชันเข่าขึ้น 1 ข้าง) หรือท่าอื่นๆที่นั่งสบาย แต่ใส่กระโปรงแล้วทำไม่ได้ กุลสตรีสุดๆ
     
    กว่าจะครบ 5 เรื่อง...หืดขึ้นคอเลยแฮะ +_+" อีก 5 คนที่เราจะแปะ ขอเป็นดังนี้นะค้าบ
     
    โจ้ (ญ) http://dittaya.spaces.live.com/?owner=1 -> เปลี่ยนนะคร้าบบบ รายนี้เลิกเขียนไปแล้ว ขอเปลี่ยนไปแปะ พิตตี้ http://prelude343.spaces.live.com/?owner=1 แทนจ้า
     
    ใครว่างก็ช่วยกันทำมาหากินหน่อยนะค้าบบบบ Thx หลายค้าบ
     
    *